สื่อรอบบ้าน ข่าวรอบเมือง

“ศุภมาส” ลุยตรวจสวนน้ำ-สวนสนุกยักษ์ใหญ่ ชูมาตรการเชิงรุก 3 มิติ ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อนผลประโยชน์ สั่งฟันพวกเอาเปรียบผู้บริโภค

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำคณะทำงานชุดใหญ่ ประกอบด้วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. พร้อมด้วยกรมโยธาธิการและผังเมือง บก.ปคบ. สำนักอนามัย และสำนักงานเขตคันนายาว ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องเล่นและสวนน้ำ ณ สยามอะเมซิ่ง พาร์ค กรุงเทพมหานคร เพื่อวางมาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุและยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก

นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า สวนสนุกและสวนน้ำเป็นสถานที่ที่มีเด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย และทางหนีไฟประจำปี รวมถึงต้องมีวิศวกรผู้ได้รับอนุญาตคอยตรวจสอบเครื่องเล่นทุกปีและยื่นผลต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ขณะที่ในส่วนของสวนน้ำ ต้องมีการควบคุมคุณภาพน้ำ ระบบกรอง และระบบบำบัดน้ำให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

“ความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ต้องมาก่อนผลประโยชน์ทางธุรกิจของผู้ประกอบการ หากพบการละเลยมาตรฐานจนเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้บริการ ดิฉันสั่งดำเนินการตามกฎหมายทันที” นางสาวศุภมาส กล่าวเน้นย้ำ

จากสถิติการรับเรื่องร้องทุกข์ของ สคบ. ในช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา พบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสวนน้ำและสวนสนุกจำนวน 141 เรื่อง (ยุติแล้ว 121 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 20 เรื่อง) ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องความไม่ปลอดภัยของเครื่องเล่น ค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม การโฆษณาเกินจริง และคุณภาพน้ำ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จึงได้สั่งการให้ สคบ. ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกใน 3 มิติ ได้แก่

  1. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
  2. การคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว
  3. การป้องกันก่อนเกิดเหตุ

นอกจากนี้ สคบ. จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบังคับใช้กฎหมายฉลากกับอุปกรณ์และเครื่องเล่นสนามที่จำหน่ายให้ผู้บริโภค พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแจ้งคำเตือนที่จำเป็น เช่น อายุ ส่วนสูง และข้อจำกัดด้านสุขภาพอย่างชัดเจน รวมถึงต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดและเจ้าหน้าที่กู้ชีพทางน้ำ (Lifeguard) ปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา โดยหากตรวจพบอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน สคบ. จะสั่งระงับการให้บริการทันที

ในส่วนของพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น การห้ามนำอาหารเข้า การเปิดเครื่องเล่นไม่ครบแต่เก็บค่าบริการเต็มจำนวน การโฆษณาเกินจริง หรือการซ่อนเงื่อนไขโปรโมชั่นออนไลน์ สคบ. ได้กำชับให้ผู้ประกอบการแสดงค่าบริการและเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างโปร่งชัดเจนก่อนจำหน่ายบัตร ทั้งนี้ รัฐมนตรีฯ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การติดป้ายข้อความ “ไม่รับผิดชอบต่ออุบัติเหตุทุกกรณี” ถือเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย หากความเสียหายเกิดจากความประมาทของผู้ประกอบการ ผู้บริโภคยังคงมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามกฎหมายทุกประการ

สำหรับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการ หรือพบเห็นเครื่องเล่นที่เสี่ยงอันตราย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166, แอปพลิเคชัน OCPB Connect, เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศ

Related Articles

Back to top button