รอบรั้วทันข่าว

มท. ชู “โมเดลด่านชุมชนไทย” บนเวที UN ผสานพลังมวลชน ตั้งเป้าลดสูญเสียจากอุบัติเหตุ 50% ภายในปี 2573

กรุงเทพฯ – 22 กรกฎาคม 2569 – กระทรวงมหาดไทย เตรียมเดินหน้ายกระดับ “โมเดลด่านชุมชนไทย” เป็นกลไกหลักป้องกันอุบัติเหตุทางถนนเชิงรุก รับลูกเป้าหมายสมัชชาสหประชาชาติ (UN) ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บลง 50% ภายในปี 2573 ชูจุดแข็ง “พลังชุมชน” เน้นป้องปรามมากกว่าลงโทษ ชี้ด่านชุมชนไม่ใช่ด่านตรวจ แต่คือ “ด่านป้องกันชีวิต”

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาความปลอดภัยทางถนน ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า จากการร่วมประชุมพบว่าหลายประเทศต่างมุ่งมั่นพัฒนาแนวทางลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนตามบริบทของตนเอง ดังนั้น การประกาศเจตนารมณ์บนเวทีโลกจึงต้องควบคู่ไปกับการนำแนวคิดมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเตรียมยกระดับ “โมเดลด่านชุมชนไทย” ที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน

นายเจเศรษฐ์ กล่าวถึงรูปแบบของด่านชุมชนว่า เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในท้องถิ่น ทั้งฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. อปพร. และภาคประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีความเสี่ยงสูง ด่านเหล่านี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงของแต่ละตำบลและหมู่บ้าน ทำหน้าที่ป้องปราม แจ้งเตือน และลดพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ โดยยึดหลัก “การป้องกันมากกว่าการลงโทษ” เช่น การสกัดผู้ขับขี่ที่มีอาการมึนเมาแล้วประสานญาติมารับกลับ การตักเตือนเรื่องการสวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น

“จุดแข็งของประเทศไทยคือ ‘พลังของชุมชน’ ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่หลายประเทศไม่มี ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครเหล่านี้รู้จักมักคุ้นและเข้าใจบริบทของคนในพื้นที่ ทำให้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ด่านชุมชนจึงไม่ใช่ด่านตรวจ แต่เป็นด่านป้องกันชีวิต” นายเจเศรษฐ์กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมร่วมมือกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับมาตรฐานด่านชุมชนโดยนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งโมเดลเชิงรุกนี้อาจเป็นต้นแบบที่นานาชาติสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

นายเจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน และประเทศไทยมีต้นทุนที่สำคัญที่สุดคือความเข้มแข็งของชุมชน หากทุกชุมชนลุกขึ้นมาดูแลคนของตนเอง ผมเชื่อว่าเราจะสามารถลดความสูญเสียบนท้องถนนได้อย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความปลอดภัยทางถนนของโลกให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้”

Related Articles

Back to top button