“ประเสริฐ” ชูวิสัยทัศน์ “ASEAN Zero Dropout” บนเวทีอาเซียน ผลักดันไทยแชร์โมเดลการศึกษายืดหยุ่น ร่วมแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบ

สิงคโปร์ / กรุงเทพฯ – 22 กรกฎาคม 2569 – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสนอวิสัยทัศน์ “ASEAN Zero Dropout” ในการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 14 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนตกหล่นจากวาระแห่งชาติของไทยสู่ภารกิจร่วมระดับภูมิภาค ชูนวัตกรรม “Thailand Zero Dropout PLUS” ดันระบบเรียนยืดหยุ่น “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” และแนวคิด “Learn to Earn” พร้อมเปิดไทยเป็นศูนย์กลางแบ่งปันฐานข้อมูลและองค์ความรู้ทางการศึกษาแก่อาเซียน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเสนอวิสัยทัศน์บนเวทีการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน (ASEAN Education Ministers Meeting) ครั้งที่ 14 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การศึกษาคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และรากฐานที่สำคัญที่สุดคือ “โอกาส” ที่เท่าเทียม ประเทศไทยจึงเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) และการขยายระบบไฟฟ้า-อินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม เพื่อทลายข้อจำกัดด้านพื้นที่และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
นายประเสริฐ กล่าวว่า ประเทศไทยได้นำประสบการณ์จากโครงการ Thailand Zero Dropout มาต่อยอดสู่ “Thailand Zero Dropout PLUS” ผ่าน 3 นวัตกรรมสำคัญ ได้แก่
- การป้องกันเชิงรุก เปลี่ยนจากการไล่ตามหาเด็กที่หลุดระบบ มาเป็นการใช้ฐานข้อมูลรายบุคคลเพื่อป้องกันก่อนเกิดปัญหา
- การศึกษาแบบยืดหยุ่น ดำเนินการตามแนวคิด “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” (การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย)
- แนวคิด Learn to Earn เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานเพื่อมีรายได้เลี้ยงชีพ
จากความสำเร็จดังกล่าว ไทยได้เสนอให้อาเซียนร่วมกันขับเคลื่อน “ASEAN Zero Dropout” โดยประเทศไทยพร้อมเป็นผู้สนับสนุน ผู้ประสานงาน และแบ่งปันทั้งระบบฐานข้อมูลคัดกรองตลอดจนรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อให้เยาวชนในภูมิภาคสามารถกลับเข้าสู่การศึกษาได้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียน ปี ค.ศ. 2026–2030 และวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045
“ผลสำเร็จของ Thailand Zero Dropout แสดงให้เห็นว่า หากภาครัฐมีความมุ่งมั่น มีข้อมูลแม่นยำ และมีรูปแบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต การนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริง และจะเป็นพลังสำคัญช่วยให้อาเซียนหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง” นายประเสริฐ กล่าว
ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะเตรียมส่งมอบตำแหน่งประธานคณะทำงานอาเซียนด้านเด็กและเยาวชนที่ตกหล่น (ASEAN Working Group on Out-of-School Children and Youth) ให้แก่บรูไนดารุสซาลามในปี ค.ศ. 2028 แต่ไทยจะยังคงเดินหน้าผลักดันข้อริเริ่ม ASEAN Zero Dropout อย่างต่อเนื่อง โดยนายประเสริฐ ย้ำทิ้งท้ายว่า “ความแข็งแกร่งของอาเซียนที่ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”





